สรุปสั้น ๆ: Outing คือกิจกรรมที่บริษัทจัดให้พนักงานนอกสถานที่ทำงาน โดยบริษัทออกค่าใช้จ่ายหลัก เพื่อพักผ่อน กระชับความสัมพันธ์ และสร้างทีมเวิร์ก รูปแบบยอดฮิตคือทริปประจำปี (Outing Trip) แต่ Outing ที่ออกแบบดีให้อะไรมากกว่าการเที่ยว มันคือการลงทุนในคนที่วัดผลได้ บทความนี้อธิบายว่า Outing ต่างจาก Team Building และงานเลี้ยงอย่างไร ใช้งบเท่าไหร่ วางแผน 5 ขั้นยังไง และส่วนไหนที่นำไปหักภาษีได้ถึง 2 เท่า

Outing คืออะไร?

Outing คือกิจกรรมที่องค์กรจัดขึ้นนอกสถานที่ทำงาน โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลัก เพื่อให้พนักงานได้พักผ่อนจากงาน ใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศไม่เป็นทางการ และกระชับความสัมพันธ์ในทีม รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือทริปท่องเที่ยวประจำปี หรือที่เรียกกันติดปากว่า “เอาท์ติ้ง” (Outing Trip) แต่จริง ๆ แล้วครอบคลุมได้ตั้งแต่ทริปหนึ่งวันใกล้กรุงเทพ ไปจนถึงทริปค้างคืนต่างจังหวัดที่มีเวิร์กชอปพัฒนาทีมแทรกอยู่

คำว่า Outing มาจากภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “การออกไปข้างนอก” ในบริบทองค์กรจึงหมายถึงการพาทีมออกไปทำกิจกรรมร่วมกันนอกออฟฟิศ หลายบริษัทมองว่ามันเป็นสวัสดิการเพื่อตอบแทนพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี ซึ่งก็ถูก แต่ยังไม่ครบ

ผมผ่านงานองค์กรมาหลายร้อยงาน และสิ่งที่แยก Outing ที่ “จำได้ทั้งปี” ออกจาก Outing ที่ “ลืมภายในสัปดาห์เดียว” ไม่ใช่งบที่มากกว่า แต่คือการมีเป้าหมายทางธุรกิจตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เช่น อยากให้ทีมใหม่กับทีมเก่าสนิทกันขึ้น อยากลดกำแพงระหว่างแผนก หรืออยากสื่อสาร Core Values ให้พนักงานรู้สึกได้จริง เมื่อมีเป้าหมาย กิจกรรมและสถานที่จะถูกออกแบบมาเพื่อผลลัพธ์ ไม่ใช่ปล่อยให้ผ่านไปวัน ๆ

Outing บริษัท ต่างจาก Team Building, Staff Party และ Walk Rally อย่างไร?

Outing คือ “กรอบใหญ่” ของทริปพาพนักงานออกนอกสถานที่ ส่วน Team Building, Walk Rally และ Staff Party คือ “กิจกรรมย่อย” ที่สามารถใส่เข้าไปใน Outing ได้ พูดง่าย ๆ คือ Outing เป็นภาชนะ ที่เหลือคือของที่ใส่ลงไป หลายองค์กรสับสนและซื้อผิดแพ็กเกจเพราะไม่เข้าใจเส้นแบ่งนี้

คำ เป้าหมายหลัก รูปแบบ เหมาะกับ
Outing / Outing Trip พักผ่อน + กระชับสัมพันธ์ ทริปนอกสถานที่ 1 วันถึงหลายวัน ตอบแทนพนักงานประจำปี สร้างความผูกพัน
Team Building พัฒนาทีมเวิร์ก การสื่อสาร ความไว้ใจ เวิร์กชอป/เกมที่มีโจทย์และการถอดบทเรียน ทีมที่มีปัญหาการทำงานร่วมกัน ทีมข้ามแผนก
Walk Rally ทำงานเป็นทีมผ่านฐานกิจกรรม เดินทำภารกิจตามฐาน กลางแจ้ง ละลายพฤติกรรม สร้างความสามัคคีแบบสนุก
Staff Party / งานเลี้ยง เฉลิมฉลอง ขอบคุณ สร้างขวัญกำลังใจ งานเลี้ยงสังสรรค์ มักมีธีมและรางวัล ปลายปี ฉลองความสำเร็จ ปีใหม่

จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือคิดว่า Outing เท่ากับพาเที่ยวอย่างเดียว แล้วก็แปลกใจว่าทำไมทีมกลับมาแล้วไม่ได้สนิทกันขึ้น คำตอบคือ เพราะไม่ได้ใส่ กิจกรรม Team Building ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์เข้าไป การเที่ยวอย่างเดียวทำให้คนกลุ่มเดิมอยู่ด้วยกัน แต่กิจกรรมที่ดีจะบังคับให้คนที่ไม่เคยคุยกันได้ทำงานร่วมกัน

ทำไมบริษัทถึงควรจัด Outing? ประโยชน์ที่วัดผลได้จริง

ความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) ไม่ใช่เรื่องนามธรรม มันมีตัวเลขกำกับ รายงาน State of the Global Workplace ของ Gallup พบว่าความผูกพันของพนักงานทั่วโลกร่วงลงเหลือราว 20% ในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2020 และคิดเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 10 ล้านล้านดอลลาร์จากประสิทธิภาพการทำงานที่หายไป

ข่าวดีคือไทยสวนทางโลก Gallup ระบุว่าความผูกพันของพนักงานไทยพุ่งขึ้นแตะ 34% ในปี 2025 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในรอบสิบปี และเป็นหนึ่งในห้าประเทศที่โตเร็วที่สุดในโลก สูงกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียนที่ 25% และค่าเฉลี่ยโลกที่ 20% นี่แปลว่าองค์กรไทยที่ลงทุนกับคนอย่างถูกวิธีกำลังได้ผลตอบแทน และ Outing ที่ออกแบบดีคือหนึ่งในเครื่องมือนั้น

ในทางปฏิบัติ Outing ที่มีกิจกรรมพัฒนาทีมช่วยเรื่องเหล่านี้ได้ชัดเจน: ลดกำแพงระหว่างพนักงานใหม่กับพนักงานเก่า เปิดช่องทางการสื่อสารข้ามแผนกที่ปกติไม่ได้คุยกัน สร้างความทรงจำร่วมที่ทำให้คนอยากอยู่กับองค์กรนานขึ้น และเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้บริหารได้สื่อสารทิศทางองค์กรแบบที่ห้องประชุมทำไม่ได้ ทั้งหมดนี้ย้อนกลับมาที่การรักษาคนและลดอัตราการลาออก ซึ่งเป็นต้นทุนที่แพงที่สุดอย่างหนึ่งของทุกองค์กร

Outing บริษัท มีรูปแบบไหนบ้าง?

Outing บริษัทแบ่งได้เป็น 4 รูปแบบหลักตามระยะเวลาและเป้าหมาย ตั้งแต่ทริปหนึ่งวันใกล้กรุงเทพ ทริปค้างคืน 2 วัน 1 คืน ทริปยาวหลายวันต่างจังหวัด ไปจนถึง Outing แบบผสม Team Building การเลือกรูปแบบควรเริ่มจากเป้าหมายและงบ ไม่ใช่เริ่มจากสถานที่สวย ๆ ที่เห็นในไอจี

1. ทริปหนึ่งวัน (Day Trip): เหมาะกับบริษัทที่คนเยอะ ลางานยาก หรืออยากคุมงบ มักไปสถานที่ใกล้กรุงเทพ เช่น นครนายก กาญจนบุรี ราชบุรี ได้ทั้งพักผ่อนและทำกิจกรรมครึ่งวัน จบในวันเดียว

2. ทริปค้างคืน 2 วัน 1 คืน: รูปแบบยอดนิยมที่สุดในไทย มีเวลาพอให้ทั้งเที่ยว ทำเวิร์กชอป และงานเลี้ยงตอนกลางคืน จุดหมายฮิตคือเขาใหญ่ พัทยา หัวหิน

3. ทริปยาวหลายวัน: เหมาะกับองค์กรที่อยากลงทุนเต็มที่ หรือมีทีมกระจายหลายจังหวัด ไปได้ไกลถึงเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือต่างประเทศ

4. Outing + Team Building แบบผสม: รูปแบบที่เราแนะนำมากที่สุดสำหรับองค์กรที่อยากได้ผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่รูปถ่ายสวย ๆ คือใส่กิจกรรมพัฒนาทีมที่มีการถอดบทเรียนเข้าไปในทริปพักผ่อน เช่น จัด Outing ที่นครนายก พร้อมฐาน Walk Rally ตอนเช้าและงานเลี้ยงตอนค่ำ

จัด Outing บริษัทต้องใช้งบเท่าไหร่?

งบจัด Outing ไม่มีราคาตายตัว เพราะขึ้นกับ 6 ตัวแปรหลัก: จำนวนคน, ระยะเวลา, ระยะทาง/สถานที่, ระดับที่พัก, รูปแบบกิจกรรม และการจัดเลี้ยง แทนที่จะถามว่า “หัวละเท่าไหร่” คำถามที่ถูกต้องกว่าคือ “เราอยากได้ผลลัพธ์อะไร แล้วตัวแปรไหนที่ยอมจ่ายเพิ่มได้” นี่คือสิ่งที่บทความ Outing ทั่วไปไม่ค่อยบอก

โครงสร้างต้นทุนของ Outing หนึ่งครั้งประกอบด้วย 6 ก้อนนี้:

  • การเดินทาง: รถบัส/รถตู้ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ยิ่งไกลยิ่งแพง
  • ที่พัก: ตัวแปรที่สวิงมากที่สุด รีสอร์ต 3 ดาวกับ 5 ดาวต่างกันหลายเท่า
  • อาหารและจัดเลี้ยง: มื้อปกติ + งานเลี้ยงกลางคืน (มีธีม เวที เครื่องเสียง)
  • ทีมงานและวิทยากร: ค่าทีมงานคุมกิจกรรม วิทยากรนำเวิร์กชอป พิธีกร
  • อุปกรณ์กิจกรรม: ฐาน Walk Rally เกม Team Building ของรางวัล
  • ค่าบริหารจัดการ: การวางแผน ประสานงาน ประกันภัย สำรองแผนสำรอง

ช่วงงบโดยประมาณที่พบในตลาด (ต่อหัว) เพื่อใช้ตั้งต้นวางแผนเท่านั้น: ทริปหนึ่งวันใกล้กรุงเทพมักอยู่ในหลักพันต้น ๆ ทริปค้างคืน 2 วัน 1 คืนขยับเป็นหลักพันกลางถึงหลายพัน ส่วนทริปพรีเมียมหรือไปไกลจะสูงกว่านั้น ตัวเลขจริงขึ้นกับ scope ทั้งหมด ทางที่แม่นที่สุดคือกำหนดจำนวนคนและเป้าหมายก่อน แล้วขอใบเสนอราคาและปรึกษาฟรีเพื่อได้ตัวเลขที่ตรงกับงานจริง

วางแผนจัด Outing ให้ได้ผล: เฟรมเวิร์ก 5 ขั้นของ Htag

หลังจากจัดกิจกรรมองค์กรมาหลายร้อยงาน เราสรุปเป็นลำดับ 5 ขั้นที่ทำให้ Outing ไม่หลุดเป้า และใช้ได้กับทุกงบ:

ขั้นที่ 1 ตั้งเป้าหมายก่อนเลือกสถานที่: ถามตัวเองว่าจบทริปนี้อยากให้ทีมเปลี่ยนไปยังไง เป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดทุกอย่างที่เหลือ องค์กรส่วนใหญ่ทำสลับ คือเลือกที่เที่ยวก่อน แล้วค่อยยัดกิจกรรมทีหลัง ผลคือทริปสวยแต่ไม่ได้อะไร

ขั้นที่ 2 รู้จักคนของคุณ: ช่วงอายุ สัดส่วนพนักงานใหม่ ข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือศาสนา สิ่งเหล่านี้กำหนดว่ากิจกรรมแบบไหนเวิร์ก ทีมที่มี Gen Z เยอะกับทีมที่อายุเฉลี่ยสูงต้องออกแบบคนละแบบ

ขั้นที่ 3 ออกแบบสมดุลระหว่างพักกับพัฒนา: สูตรที่ใช้ได้ผลคือให้มีทั้งเวลาว่างให้พักจริง ๆ และช่วงกิจกรรมที่มีการถอดบทเรียน ไม่ใช่อัดกิจกรรมจนพนักงานเหนื่อยกว่าอยู่ออฟฟิศ

ขั้นที่ 4 เลือกพาร์ตเนอร์ที่ทำครบวงจร: ถ้าให้ HR วิ่งจองรถ จองที่พัก หาวิทยากร และคุมหน้างานเองทั้งหมด โอกาสพลาดสูงและเหนื่อยมาก การใช้ทีมที่จัดครบตั้งแต่รถ สถานที่ กิจกรรม ถึงจัดเลี้ยง ช่วยลดความเสี่ยงและให้ HR ได้ไปสนุกกับทีมด้วย

ขั้นที่ 5 วัดผลหลังจบงาน: เก็บฟีดแบ็กสั้น ๆ ว่าพนักงานได้อะไร รู้สึกยังไง แล้วเอาไปปรับปีหน้า Outing ที่ดีคือสิ่งที่พัฒนาขึ้นทุกปี ไม่ใช่ก็อปเดิมทุกปี

Outing บริษัท นำไปลดหย่อนภาษีได้ไหม?

ค่าใช้จ่าย Outing ในส่วนที่จัดเป็นการฝึกอบรมหรือสัมมนาพัฒนาบุคลากร สามารถนำไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ถึง 2 เท่า (200%) ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ส่วนที่เป็นการท่องเที่ยวพักผ่อนล้วน ๆ ไม่เข้าเกณฑ์นี้ จุดนี้แหละที่ทำให้ Outing แบบผสม Team Building คุ้มกว่าที่คิด เพราะช่วยทั้งเรื่องคนและเรื่องภาษี

ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประกาศของกรมสรรพากร สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่าอ้างอิงจากพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 437) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 148) ตัวอย่างเช่น ถ้าจ่ายค่าฝึกอบรม 100,000 บาท ก็นำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 200,000 บาท ทำให้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องจ่ายลดลง

แต่ต้องพูดกันตรง ๆ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิด: สิทธินี้มีเงื่อนไข ต้องเป็นการอบรม/สัมมนาที่มีหลักสูตรและวัตถุประสงค์พัฒนางานชัดเจน มีระเบียบบริษัทที่พนักงานทุกคนมีสิทธิเข้าร่วม และต้องเก็บเอกสารหลักฐานให้ครบ การพาเที่ยวเฉย ๆ โดยไม่มีองค์ประกอบการอบรมจะไม่ได้สิทธินี้ ทางที่ปลอดภัยคือออกแบบทริปให้มีส่วน หลักสูตรอบรมในองค์กร อย่างเป็นทางการ และปรึกษาฝ่ายบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของบริษัทก่อนยื่นเสมอ ทีมงานของเราช่วยจัดรูปแบบเอกสารและหลักสูตรให้เข้าเกณฑ์ได้

Outing ที่ดีคือการลงทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย

Outing คือกิจกรรมพาพนักงานออกนอกสถานที่ที่บริษัทออกค่าใช้จ่าย แต่ Outing ที่สร้างผลลัพธ์จริงคือทริปที่มีเป้าหมายทางธุรกิจ มีกิจกรรมพัฒนาทีมที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจ และวัดผลได้ ในโลกที่ความผูกพันของพนักงานทั่วโลกกำลังร่วง แต่ของไทยกำลังโต องค์กรที่ลงทุนกับคนอย่างถูกวิธีคือองค์กรที่จะรักษาคนเก่งไว้ได้

ถ้าคุณกำลังวางแผน Outing ปลายปีหรือปีหน้า และอยากได้ทริปที่พนักงานปลื้มและองค์กรได้ประโยชน์เต็มที่ ทีม Htag Learning รับจัด Outing บริษัทแบบครบวงจร ตั้งแต่รถ สถานที่ กิจกรรม ถึงจัดเลี้ยง ดูผลงานลูกค้าองค์กรของเรา แล้วทักมาขอใบเสนอราคาและปรึกษาฟรีได้เลย ตัวแทนของเราจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

ปรึกษาเร็วสุด: @htaglearning · โทร 095-295-6935 หรือ 090-199-2366

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Outing (FAQ)

Outing กับ Company Trip ต่างกันไหม?

โดยทั่วไปใช้แทนกันได้ ทั้งคู่หมายถึงกิจกรรมที่บริษัทพาพนักงานออกไปทำร่วมกันนอกสถานที่โดยบริษัทออกค่าใช้จ่าย บางองค์กรใช้ “Company Trip” เจาะจงทริปท่องเที่ยวค้างคืน ส่วน “Outing” ครอบคลุมทั้งทริปหนึ่งวันและหลายวัน ในทางปฏิบัติจึงถือว่าเป็นสิ่งเดียวกัน

Outing บริษัทควรจัดปีละกี่ครั้ง?

ส่วนใหญ่จัดปีละหนึ่งครั้ง มักเป็นช่วงปลายปีหรือต้นปีเพื่อฉลองความสำเร็จและเริ่มปีใหม่ องค์กรขนาดใหญ่หรือที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรอาจจัดทุกไตรมาส ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นกับงบและเป้าหมาย ไม่มีตัวเลขตายตัว

จัด Outing สำหรับพนักงาน 50 คนใช้เวลาเตรียมนานแค่ไหน?

แนะนำให้เริ่มวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ถึง 2 เดือน โดยเฉพาะถ้าจัดช่วงไฮซีซันปลายปีที่รีสอร์ตและรถบัสจองเต็มเร็ว ยิ่งจองเร็วยิ่งได้สถานที่ดีและราคาดี การใช้ทีมรับจัดครบวงจรช่วยย่นเวลาเตรียมงานได้มาก

Outing บริษัทนำไปลดหย่อนภาษีได้จริงไหม?

ได้เฉพาะส่วนที่เป็นการฝึกอบรมหรือสัมมนาพัฒนาบุคลากรที่เข้าเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งหักรายจ่ายได้ถึง 2 เท่า ส่วนที่เป็นการเที่ยวพักผ่อนล้วน ๆ ไม่เข้าเกณฑ์ ต้องมีหลักสูตร วัตถุประสงค์ และเอกสารครบ และควรปรึกษาฝ่ายบัญชีของบริษัทก่อนยื่นเสมอ

Outing ที่ไหนดีสำหรับบริษัทในกรุงเทพ?

จุดหมายยอดนิยมที่เดินทางสะดวกจากกรุงเทพคือ นครนายก กาญจนบุรี และเขาใหญ่ สำหรับทริปหนึ่งวันถึงสองวัน ส่วนพัทยาและหัวหินเหมาะกับทริปค้างคืนที่อยากได้บรรยากาศทะเล การเลือกสถานที่ควรเริ่มจากเป้าหมายและงบ แล้วค่อยจับคู่กับกิจกรรมที่เหมาะกับทีม